เช้าตรู่วันเสาร์ ผมตื่นเช้ากว่าปกติ รีบร้อนอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อจับรถไฟเที่ยวเช้าไปยังจังหวัดอยุธยา
 
หลังจากนั่งรถไฟราว 2 ชั่วโมงผมก็ถึงสถานีรถไฟในตัวเมืองอยุธยา ก่อนที่จะออกมาจากสถานีอย่างไร้จุดหมาย คนขับรถรับจ้างพูดชักชวนให้ใช้บริการ แต่เนื่องจากผมมาเที่ยวแบบไร้แบบแผน จึงยังไม่รู้ตัวเองว่าอยากไปยังสถานที่ที่เขาเสนอจะพาไปหรือไม่ ผมจึงปฏิเสธไป
 
เนื่องจากผมออกจากห้องมาแต่เช้าจึงยังไม่ได้ทานอะไรมา เลยตัดสินใจเดินสำรวจบริเวณร้านค้าตรงข้ามสถานีดูว่ามีอะไรกินบ้าง สุดท้ายก็ไปจบที่อาหารตามสั่ง (แหม่มาถึงอยุธยา มากินกระเพราหมูซะงั้น) หลังจากนั้น ผมต้องคิดแล้วว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ยังไงต่อ เพราะผมไม่เคยมาอยุธยาด้วยตัวเองมาก่อน เคยแต่นั่งรถผ่าน หรือมาทำงาน ไปไหนก็มีคนพาไป ผมแวะที่ร้านเช้ารถมอเตอร์ไซค์ เพื่อซื้อน้ำ (ใช่ครับซื้อน้ำ) ก่อนจะยืนมองมอเตอร์ไซค์เหล่านั้น มองพระอาทิตย์ แล้วก็มองมอเตอร์ไซค์อีกที เช่ามอไซค์ดีกว่า และผมก็ตัดสินใจได้ว่าวันนี้แหละต้องเที่ยววัดสักหน่อย (ทั้งๆที่วัดอยู่หลังบ้านผมแท้ๆ ไม่เคยคิดจะเข้า แต่ถ่อมาเข้าวัดถึงอยุธยาแหนะ)
 
ผมเช่ามอเตอร์ไซค์ในราคา 200.- บาทต่อวัน เจ้าของก็มีบริการแผนที่สำหรับนักท่องเที่ยวพร้อมสรรพ แถมยังแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอีกต่างหาก การผจญภัยของผมจึงเริ่มต้นขึ้น
และนี่คือโฉมหน้าของสิ่งมีชีวิตตัวแรกที่ผมเจอ ตอนที่กำลังขับรถหลงทาง และไหนๆก็หิ้วกล้องมาแล้ว ก็อย่าทำให้เสียเปล่า ผมก็เลยงัดกล้องตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อ เลนส์ เลินก็ไม่มีเปลี่ยน มาถ่ายซูมจนสุดได้แค่นี้ก็เอาวะ ถ่ายๆ และพอขยับเข้าไปใกล้ๆ มันบินหนีไปซะงั้น (ก็เลนส์มันซูมได้แค่นี้นี่หว่า ก็ต้องซูมด้วยเท้าเอาเหอะๆ)
หลังจากถูกนกบินหนี ผมก็ขับมอไซค์ มั่วๆ ไปตามทางต่อ จนเจอวัดพระนอนครับ จำชื่อไม่ได้ ผมมองหาที่จอดมอไซ ไม่มี ก็เลยจอดมันข้างรั้วแหละครับ และลงไปไหว้พระถ่ายรูป ซึ่งแดดที่แรงกว่า 3จี ของไทย ทำให้ผมถ่ายมาไม่กี่ภาพ และเลือกที่จะเอาภาพที่คิดว่าดีที่สุดเอามาอวดตามนี้นะครับ (เลนส์ซูมก็ไม่ได้ ไวด์ก็ไม่ไวด์ ก็ต้องเดินหาเหลี่ยมเอาหละครับ)
ต่อจากพระนอนก็นี่ครับ ที่ไหนจำไม่ได้ แต่รู้ว่าตอนนั้นเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษาพอดี เจี้ยวจ้าวมาก แต่ก็สนุกดี ทำให้นึกถึงตอนเด็กหัวเกรียนขึ้นมาเลย แต่ไม่เคยมานะครับอยุธยา หรือเคยแต่ก็จำไม่ได้แล้ว จากภาพจะเห็นว่ามีกองก้อนหินด้วย สงสัยกำลังบูรณะ (โฟกัสได้บ้างไม่ได้บ้าง...ก็ขายหน้ากันไป)
และหลังจากขับรถออกนอกเมืองไปไกล ผมก็หิวข้าวเที่ยว และพยายามขับกลับเข้าเมืองตามแผนที่ที่ได้มา ก็เจอกับนี่ครับ จำชื่อไม่ได้อีกเช่นเคย น่าอายจริงๆ
และก็นี่ครับ อยู่ที่เดียวกัน เหมือนจะเป็นศาลของนักรบท่านหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าเป็นของท้าวสุริโยทัยหรือเปล่า
และหลังจากแวะไหว้เจดีย์ ไหว้ศาลแล้ว ผมก็ขับรถไปต่อ และเจอเข้ากับวัดแห่งนี้ครับ ซึ่งภาพวัดไม่ได้ถ่ายมา แต่ถ่ายรูปเจดีย์มาแทน เพราะเห็นว่ามันดูแนวดี
และอีกวัดที่ผมได้ไปไหว้ ไม่ได้ถ่ายรูป วัด พระประทาน หรือเจดีย์ แต่ถ่ายเจ้านี่มาแทนซะงั้น
หลังจากนั้นก็มาถึงจุดหมายครับ แต่ก็ยังไม่ได้ร้านข้าวที่อยากจะกิน ก็เลยแวะวัดนี้ก่อน ซึ่งคนเยอะมาก จำชื่อไม่ได้อีกเช่นกัน แต่อันนี้ถ่ายพระประธานมาครับ ใหญ่โตมโหฬารมาก
ถึงเวลาทานข้าวสักที และเมนูที่หิ้วท้องมาถึงบ่าย เพื่อจะกิน ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ครับที่ด้านหน้าตลาดน้ำอโยธยา ซึ่งก็คือก๋วยเตี๋ยวเรือธรรมดา พื้นๆ หากินได้ตามอนุสาวรีย์นี่แหละครับ พอดีไม่มีหัวเรื่องของกินหนะครับ เจออะไรก็กินๆ และพอกินเสร็จก็แวะเดินเที่ยวในตลาดก่อนกลับ และก็ถ่ายนี่มาครับ สัตว์ประจำชาติของไทย
หลังจากเดินเล่น เสียเงินกะของกินในตลาดแล้ว ผมก็ขับมอไซค์กลับไปคืนพร้อมน้ำมันเต็มถังอย่างที่ตกลงไว้ จับรถไฟเที่ยวเย็นกลับกรุงเทพฯ
และก็หมดไปอีกหนึ่งวันที่รู้สึกว่ายาวนานกว่าตอนนอนเล่นอยู่บ้านราว 5 - 10 เท่าเห็นจะได้ ครั้งหน้าถ้าได้มีโอกาสไปผจญภัยที่ไหน ผมจะเอาภาพมาฝากอีกเยอะๆ (ให้อิจฉาเล่น) ก็แล้วกันนะครับ พอดีทริปนี้ไม่พร้อมอะไรสักอย่าง อยากถ่ายวิดีโอ แต่ก็ถ่ายนิดเดียว ภาพนิ่งนี่ผลพลอยได้ฝุดๆ

edit @ 14 Aug 2013 13:41:56 by fatb0y

edit @ 14 Aug 2013 13:42:31 by fatb0y

สวัสดีครับ ผมเอก คนที่ซื้อรถมือสองแล้วโดนผีหลอกหนะครับ ฮ่า ฮ่า หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาสองเดือนแล้วครับ ผมอยากจะบอกว่าในที่สุดความฝันก็เป็นจริง ผมได้มาเที่ยวเกาะกับขวัญแฟนสาวแสนสวยสองต่อสองแหนะครับ หึ หึ หึ

                "เอ้าช่วยขนกระเป๋าหน่อยคะ ผู้ชาย" ยัยอ้วนแผนกบัญชีตะโกนมาจากเรือข้ามฟาก

                "เออ!" ผมตอบกลับไปอย่างหัวเสีย ใช่ครับผมมาเที่ยวเกาะกับขวัญสองต่อสอง โดยมีเพื่อนเกือบทั้งออฟฟิศมาด้วย T.T เรามาพักผ่อนกันตามประสามนุษย์เงินเดือน

                หลังจากขนสัมภาระที่ส่วนมากเป็นของพวกผู้หญิงจนหลังแทบหัก เราก็ได้ชื่นชมห้องพักสุดหรูในรีสอร์ทบนเกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งเราต้องอยู่ห้องละ 4 คน แออัดมากครับ

                ผมได้อยู่กับเพื่อนแผนกเซลอีก 3 คนเราสนิทกันในระดับหนึ่ง ประมาณว่าไปกินข้าวด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้เที่ยวด้วยกันประมาณนั้น เลยทำให้ผมไม่ค่อยรู้จักนิสัยใจคอของพวกมันตอนเมาขาดสติ

                "ห้องเป็นไงบ้าง" ขวัญโผล่หัวเข้ามา ใช่ครับขวัญนางเอกของเรื่องนี้ แฟนของผม เราตกลงคบกันหลังจากเหตุการณ์รถผีสิง ขวัญไม่รู้เรื่องรถผีสิงและผมก็ไม่คิดจะเล่าให้ฟังด้วย แค่ให้เหตุผลไปว่ารถมีปัญหาบ่อยเกิน เลยเอาไปขายเต็นท์ต่อในราคาเหมือนเสียไปเปล่าๆ

                "สุดยอดไปเลย" ผมตอบ "แต่แออัดชะมัด" ทำหน้าบุ้ยใบ้ไปทาง 3 คนที่เดินสำรวจห้องอย่างสนอกสนใจ

                เราสองคนหัวเราะกันอย่างมีความสุข ขวัญพักอยู่บ้านอีกหลังซึ่งจัดไว้ให้สำหรับผู้หญิง เมื่อถึงเวลาพวกเราก็มารวมตัวกินข้าว ผมสังเกตเห็นมีพนักงานชายสูงอายุคนหนึ่ง หน้าตาดูไม่มีพิษมีภัย แต่ดูเหมือนไม่ค่อยจะมีความสุขเท่าไหร่

                "ไงคับลุง" ผมถามลุงพนักงาน เขาหันมายิ้มแย้ม

                "สวัสดีครับ" ลุงตอบ ฟังจากสำเนียงคงไม่ใช่คนใต้อย่างแน่นอน "ต้องการอะไรเหรอครับ" ลุงถามต่อ

                "อ๋อไม่มีครับ" ผมปฏิเสธ "ลุงทำงานมานานแล้วเหรอ" ผมหาเรื่องอื่นคุย

                "ก็ตั้งแต่เปิดแรกๆเลยหละครับ" ลุงตอบ สายตาสอดส่องเพื่อนๆ ร่วมออฟฟิศของผม แต่ผมสังเกตุว่ามองแต่พวกผู้หญิง ลุงคนนี้ชักมีอะไรไม่ชอบมาพากลแฮะ

                "เอ่อ...ลุงครับ แถวนี้มีที่แบบว่า เงียบๆ โรแมนติกๆ บ้างหรือเปล่าครับ" ผมเขิน เลยเผลอยิ้มโง่ๆให้ลุงแกไปทีนึง

                ลุงหันมามองด้วยสายตารู้ทัน "ก็มีโขดหินข้างนอกนะ เห็นพวกหนุ่มสาวชอบไปนั่งเล่นกัน" ลุงบุ้ยใบ้ไปด้านนอกห้องอาหารของรีสอร์ท ผมมองตาม แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด

                ผมหันกลับมาก็ตอนที่ลุงมองเข้าไปในกลุ่มเพื่อนผู้หญิงออฟฟิศและมีดวงตาเบิกกว่าเหมือนคนเห็นผี และเมื่อรู้ว่าผมจ้องมองอยู่ลุงแกก็มองหน้าผมด้วยหน้าตาตื่นๆ ก่อนจะกลับหลังหันและเดินจากไป

                ผมงงมา แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะอาหารขึ้นโต๊ะพร้อมทาน และทุกคนก็เลือกที่นั่งกันเรียบร้อย โดยผมพลาดโอกาสเลือกที่นั่งที่ดีที่สุดคือใกล้ๆกับขวัญ กลับกลายเป็นผมนั่งไกลออกไปข้างๆยัยอ้วนแผนกบัญชี เฮ้อ

                ระหว่างรับประทานอาหารเย็น ซึ่งส่วนมากจะไม่ทันยัยอ้วนแผนกบัญชี ที่กินไวเหลือเกิน ดูเหมือนยัยนี่จะชมว่าอาหารทุกอย่างอร่อยไปหมด ทั้งๆที่ผมก็คิดว่าเฉยๆ

                ผมมองไปที่เพื่อนร่วมออฟฟิศ สำรวจและคาดคะเนจำนวนเป็นครั้งแรก ก็น่าจะราว 25 คนนะที่มาด้วย มันไม่ใช่ทริปใหญ่โตที่จัดโดยบริษัท หรืองานสัมนาประจำปี ทริปนี้เริ่มจากเพื่อนของขวัญคนหนึ่งที่อยู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "นี่ไปเที่ยวทะเลกันเถอะ" แค่นั้นเอง คนที่อยากไปก็จะบอกว่า "ฉันไปด้วย" หรือไม่ก็ "ฉันชวนคนอื่นไปด้วยได้หรือเปล่า" ทริปนี้เลยลงเอยที่มีผู้คนคละแผนก ทั้งหญิงชาย บ้างพาแฟนที่ไม่ใช่คนในออฟฟิศมาด้วย

                หญิงสาวคนหนึ่งสะดุดตาผมเข้า เธอหน้าตาดี ผมดำขลับ ร่าเริงและจ้อไม่หยุด ผมสงสัยว่าใครกันที่ชวนเธอมา เพราะผมจำไม่ได้ว่าเธอคนนี้อยู่บริษัทเดียวกับผม แต่ใครจะไปจำได้หละจริงไหม

                หญิงสาวเหมือนจะรู้ตัว เธอมองกลับมาที่ผม ผมก็เลยแกล้งมองไปทางขวัญที่กำลังคุยกับเพื่อนๆ ในแผนกเซลอย่างออกรสโดยไม่มีผม อ้าว ที่เธอลืมไปหรือเปล่าว่ามาก็มาด้วยหนะ

                ความสัมพันธ์ข