แดช ภาค 2 ตอนที่ 6

posted on 25 Aug 2009 13:38 by fatb0y
ไฟที่หลวมรวมกาลเวลา

 

เด็กหนุ่มในเสื้อคลุมขนสัตว์สีน้ำตาลเข้มวิ่งหนีอย่างกระหืดกระหอบจนเริ่มหายใจไม่ทัน เสียงของการต่อสู้ยังคงส่งเสียงดังก้องอยู่เบื้องหลัง เขาจึงยังไม่หยุดวิ่ง

เขาหักเลี้ยวที่หัวมุมตึกแห่งหนึ่งซึ่งมีน้ำแข็งปกคลุมทั่วทั้งตึก แดชยืนพักเหนื่อยอยู่ตรงนั้น การวิ่งอย่างรวดเร็วท่ามกลางอากาศหนาวเยี่ยงนี้ทำให้ร่างกายรับภาระมากเกินไป

การต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่อย่างดุเดือด เพราะเสียงระเบิดและเสียงการกระทบกระทั่งยังคงดังจนเด็กหนุ่มได้ยิน

เอาไงดีหละทีนี้ แดชพูดกับตัวเอง

ทำ...อะ...ไร...อยู่...เหรอ เสียงนิรนามที่สั่นเคลือทำเอาแดชสะดุ้ง

คุณเองเหรอ!” แดชโพล่งออกมา มาทำอะไรที่นี่ เขาลดระดับเสียงลง

ซิดในเสื้อกันหนาวขนสัตว์สีคล้ำพอๆกับของแดช ยืนเนื้อตัวสั่น แดชเห็นว่ามีเกล็ดหิมะเกาะตามขนคิ้วและก็หนวดเคราของชายคนนี้

หายไปไหนมา

ข้าแค่ตกใจ และก็หนีมาที่นี่ ซิดกล่าว เขาใกล้จะถึงขีดสุดอยู่แล้ว

แดชลังเลว่าจะให้หินอัคคีแก่เขาเพื่อเพิ่มความอบอุ่นในร่างกายดีไหม เพราะหากเขาได้จับต้องวัตถุเวทย์มนต์ที่ทรงพลังอย่างนี้ บางทีเขาอาจจะถูกครอบงำโดยวิญญาณที่อยู่ในหินอัคคีก็เป็นได้ แต่ถ้าหากเขาตัดสินใจไม่ให้หินแก่ซิด ชายคนนี้จะต้องตายลงในไม่ช้าเพราะว่าความหนาวเหน็บที่กำลังกัดกินลมหายใจของเขาไปทุกนาที ซึ่งคงจะดีกว่าหากเขาโดนแช่แข็งเช่นเดียวกันกับคนอื่นๆเพราะเมื่อใดก็ตามที่เวทย์มนต์คลาย เขาก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งโดยอาจจะเป็นหวัดนิดหน่อย

                ผมอยากให้คุณเก็บนี่ไว้ให้ใกล้ผิวหนังที่สุด แดชยื่นมือออกมา และแบมือซึ่งมีหินก้อนสีแดงส่องประกายอยู่

                ซิดยืนมองหินในมือของแดชตาปริบๆ มันคืออะไร

                มันเป็นหินอัคคี ภายในบรรจุจิตวิญญาณแห่งไฟเอาไว้ ซึ่งมันจะแผ่รังสีความร้อนออกมา ซึ่งในสถานการณ์อย่างนี้ มันจะทำให้คุณอบอุ่นขึ้น

                ซิดรับหินไว้ และทันทีที่หินอยู่ในมือของหนุ่มใหญ่คนนี้ เขาก็มีสีหน้าที่ดีขึ้น ความประหลาดใจและทึ่งปรากฏอยู่บนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

                นี่มันเหลือเชื่อจริงๆ ซิดกล่าว เขากำหินไว้ในมือซึ่งมีแสงสีแดงเรืองๆออกมา ข้ารู้สึกอบอุ่น

                ผมบอกแล้ว แดชกล่าว ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างได้ คุณอยู่นี่จะไม่ปลอดภัย ทางนั้นมีมือที่วางเพลิงโดมเกษตรกับท่านนายพละกำลังต่อสู้กันอยู่ แดชชี้ไปยังทิศที่มีแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาเป็นระยะๆ คุณกลับไปค่ายอพยพก่อนเถอะ

                แล้วเจ้าหละ ซิดงุนงง ไม่ไปด้วยกันเหรอ

                แดชไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลง ทั้งสองจึงมุ่งหน้าออกจากย่านชุมชนไปสู่ค่ายอพยพ เมื่อวิ่งมาได้สักระยะหนึ่งซิดก็เริ่มเกิดอาการแปลกๆ แดชรู้ได้ทันทีว่าเกิดจากจิตวิญญาณของหินจึงได้ทวงหินคืนแต่ทว่ามันสายไปแล้ว ซิดนั้นไม่ยอมคืนให้แก่เขาหนำซ้ำยังวิ่งหนีไปอีก

                แดชวิ่งตามซิดซึ่งมุ่งหน้าไปยังจุดที่นายพลและโชแชงปะทะกันอยู่ เขารู้ว่าท่าไม่ดีแล้วแต่ก็มาไกลเกินจะหยุดอะไรได้

 

โชแชงเหนื่อยหอบซึ่งจอร์แดนก็เช่นกัน ทั้งสองขับเคี่ยวกันอย่างสูสี แม้ว่าเวทย์มนต์ของนายพลจะแพ้ทางเวทย์มนต์ของผู้บุกรุกก็ตามที แต่ด้วยฝีมือดาบและทักษะการผสมผสานระหว่างเพลงดาบและเวทย์มนต์ทำให้ช่องว่างระหว่างความได้เปรียบของไฟและความเสียเปรียบของน้ำแข็งจึงหมดไป

                เจ้าไปอยู่ไหนมา ทำไมเราจึงไม่เคยรู้จักเจ้า จอร์แดนกล่าว ซึ่ง เรา ในที่นี้หมายถึงคณะอัศวินแห่งอิมพีเรียล

                ข้าไม่ใช่พวกกระหายอำนาจอย่างพวกเจ้ายังไงหละ เขาซัดลูกไฟใส่ศัตรู ซึ่งมันก็ถูกดาบที่เคลือบด้วยไอเย็นฟันขาดและสลายไป

                พวกเราได้อำนาจมาโดยชอบธรรม นายพลกล่าว เขาสงวนพลังเอาไว้โดยการตั้งรับและโต้กลับด้วยเพลงดาบที่หากโดนส่วนไหนส่วนนั้นจะกลายเป็นน้ำแข็งทันที

                ซิดวิ่งมาถึงลานกว้างพร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนไป เขาดูจะไม่หวาดกลัวการต่อสู้ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

                เจ้าพลเมือง ออกไปจากที่นี่ซะ นายพลตะโกน ก่อนจะกระโดดหลบเสาไฟที่พุ่งขึ้นจากพื้น

                ความร้อนแผ่ซ่านออกจากตัวของซิดมหาศาลจนคนทั้งสองรู้สึกได้ น้ำแข็งที่ปกคลุมบริเวณนั้นเริ่มละลายอย่างรวดเร็ว

                ไม่จริงใช่ไหมเนี่ย โชแชงบอกกับตัวเอง เขามองไปที่ซิดซึ่งกำลังกลายร่าง เจ้ามีหินอัคคี เขาพยายามจะเข้าทำร้ายซิดแต่ก็มีลิ่มน้ำแข็งพุ่งขึ้นจากพื้นขวางทางเอาไว้

                แดชตามมาถึง เขายืนอยู่ใกล้ซิดและเห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ร่างกายของซิดค่อยๆเผาไหม้ เสื้อผ้าค่อยๆ กลายเป็นจุล ร่างกายเริ่มเปล่งแสงสีแดงเข้มก่อนจะถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟ พริบตาต่อมาร่างกายก็กลายเป็นกองเพลิงที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์ ทำเอาคนทั้งสามที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นตกตะลึงไปตามๆกัน

                จิตวิญญาณแห่งไฟ โชแชงกล่าว นี่เจ้า เขาเรียกซิดซึ่งกำลังยืนนิ่งๆ โดยมีเปลวไฟลามเลียไปรอบๆตัว

                แดชถอยห่างออกมาเพื่อให้พ้นจากรัศมีเปลวเพลิง เกิดอะไรขึ้น

                เจ้างั่ง เจ้าให้หินมันไปงั้นเหรอ โชแชงมองไปที่แดช ซึ่งก็ไม่ได้ปฏิเสธ เจ้าไม่รู้หรือไงว่าหินจะครอบงำผู้ที่อ่อนแอ ตอนนี้การต่อสู้ระหว่างเขาและนายพลหยุดชะงักลงเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้

                พวกเจ้าวางแผนจะทำอะไรกันแน่ จอร์แดนกล่าว เขาแปลกใจพอๆกับอีกสองคน เจ้าคือกบฎคล็อกทาวน์ เขามองแดช ส่วนเจ้าก็มือวางเพลิง เขาเลื่อนสายตามายังโชแชง

                ชิ โชแชงเดินเข้าหาซิดซึ่งยังคงยืนเงียบ ข้าจะสะกดเจ้าเอง เขากล่าวพลางยื่นฝ่ามือออกไปเพื่อที่จะร่ายคาถาสะกด แต่ยังไม่ทันที่จะได้เริ่มคำแรก เสาไฟจำนวนมากก็พวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่ชายหนุ่มยืนอยู่

                โชแชงกระโดดหลบหลายต่อหลายครั้งกว่าเปลวไฟจะหยุดลง เฮ้ ข้าเป็นนายเจ้านะ

                ฝันกลางวันหรือไงเด็กน้อย ซิดกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่ต่างออกไป บนเปลวไฟส่วนที่เป็นหัวนั้นมีแสงสองดวงปรากฏขึ้นเหมือนคนที่เพิ่งลืมตา ข้าคือเทพแห่งไฟ และรู้มั้ยเทพไม่มีนาย มันสร้างกำแพงไฟล้อมรอบจัตุรัส ซึ่งบ้านเรือนข้างๆหลังจากที่น้ำแข็งละลายไฟก็โหมกระหน่ำอย่างไม่ปราณี

 

                ชาวบ้านหวีดร้องและแตกตื่น ทุกคนต่างก็วิ่งหนีเปลวไฟกันอย่างโกลาหล

                พลังของข้าโดนหักล้างซะแล้วเหรอเนี่ย จอร์แดนกล่าวกับตัวเอง ซึ่งจากจุดที่ทั้งสี่ยืนอยู่ ความร้อนก็ค่อยๆแผ่ออกไปละลายน้ำแข็งและเผาบ้านเรือนจนเกิดความแตกตื่นไปทั่ว

                ชาวบ้านและผู้อพยพที่หลุดจากมนต์สะกดน้ำแข็งต่างก็หนีออกจากตัวเมืองมารวมตัวกันอยู่นอกกำแพง พร้อมกับความงุนงง

                เกิดอะไรขึ้นกับเมืองของเรากันแน่ ชายหนุ่มวัยกลางคนคนหนึ่งบ่นขึ้น

                ท่านนายพลหายไปไหน หญิงชราอีกคนกล่าว

                ทุกคนใจเย็น ตอนนี้ท่านนายพลของเรากำลังต่อสู้กับกลุ่มต่อต้านภายในเมือง ทหารป่าวประกาศ อีกไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย เขากล่าวอย่างไม่แน่ใจ

 

แดชเห็นท่าไม่ดีจึงได้เริ่มร่ายคาถาอัญเชิญผู้ดูแลกาลเวลาออกมา เกิดวังวนที่บิดเบี้ยวของมิติ ทุกอย่างกลายเป็นสีขาวดำ บุคคลทั้ง 3 และอีก 1 ตน ยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสงบ

                นี่เจ้ากำลังจะทำอะไรกันแน่ จิตวิญาณแห่งไฟกล่าวขึ้น

                เด็กหนุ่มไม่ตอบ เขายืนหลับตาและเพ่งสมาธิเพื่อติดต่อกับผู้ให้กำเนิดเวลา หรือชื่อที่ชาวเมืองคล็อกทาวน์รู้จักในนามเอ็นเทอร์ชิฟ

                ข้าถามว่ากำลังทำอะไร ซิดเรียกเสาไฟขึ้นโจมตีแดชหลายสิบต้น แต่จู่ๆเสาไฟพวกนั้นก็มอดลงทันทีที่ก่อนที่มันจะถึงตัวของแดช อะไรกัน!” มันสบถ

                ไม่เจอกันนานนะนะ อินเฟอโน่ เสียงชายแก่ดังขึ้นพร้อมกับรูปร่างที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นเบื้องหลังของแดช

                เจ้าเป็นใคร อินเฟอโน่หรือจิตวิญญาณแห่งไฟกล่าว

                ถ้าเจ้าเป็นจิตวิญญาณแห่งไฟ ข้าก็คงเป็นเทพแห่งกาลเวลาหละมั้ง เขาหัวเรา ชายแก่ผมและเครายาวสีเทา แต่งกายด้วยผ้าคลุมสีขาวคลิบน้ำเงินยาวจนถึงเท้า เขาลอยมาด้านหน้าของแดช

                โชแชงและจอร์แดนต่างก็ตื่นตะลึงกับสิ่งที่เหนือคำบรรยายตรงหน้า รอบๆทุกอย่างหยุดนิ่งและไม่เคลื่อนไหว เปลวไฟชะงักเหมือนภาพที่ถูกหยุดโดยมีโดมครอบพื้นที่ที่คนที่ 5 อยู่ ซึ่งดูเหมือนจะมีแต่เฉพาะในโดมเท่านั้นที่เวลายังคงเดินต่อไป

                นี่มันอะไรกันแน่ จอร์แดนกล่าวกับตัวเองขณะมองไปรอบๆ เขาทำทั้งหมดนี่เลยเหรอ รัศมีการหยุดเวลาที่เขาคิดในตอนนั้นคือครอบคลุมพื้นที่หลายสิบกิโล หรืออาจจะหยุดโลกทั้งใบเลยทีเดียว

                ข้าไม่ได้หยุดเวลาทั้งโลกหรอก เพียงแต่นำพวกเจ้ามายังโลกของข้าเท่านั้นเอง เอ็นเตอร์ชิฟตอบเหมือนกับอ่านใจของนายพลได้ เวลาของโลกภายนอกก็ยังเดินเหมือนเดิม

                โชแชงยืนนิ่งเงียบและครุ่นคิด เหตุการณ์ต่างๆดูจะบานปลายไปกันใหญ่ เด็กนั่นเป็นใครกันแน่ เขาพูดกับตัวเองเบาๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet