ต้นไม้ต้นเล็กๆ
posted on 26 Aug 2009 10:03 by fatb0yพื้นดินที่ชุ่มน้ำ อากาศที่ร้อนชื้น เมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่งกำลังฟักตัว รากของมันชอนไชเนื้อดินที่ร่วนซุย แทรกตัวผ่านเม็ดดินชั้นแล้วชั้นเล่าอย่างช้าๆ
ไม่นานเมล็ดพันธุ์เมล็ดนี้ก็แตกตัวอีกครั้ง ยอดอ่อนค่อยๆโผล่ออกมาจากเปลือกที่ห่อหุ้ม มันทะลวงผิวดินที่ปกคลุมขึ้นมาสูดอากาศเป็นครั้งแรกหลังจากที่ฟักตัวอยู่ในเมล็ดอยู่หลายวัน
ยอดอ่อนที่เขียวใสไม่ได้รับความสนใจจากสิ่งมีชีวิตรอบข้าง เหล่ามดแดงเดินแถวลำเลียงเศษอาหารผ่านไปมาทุกๆวัน หนอนน้อยตัวสีชมพูก็ดำผุดดำว่ายอยู่บนผิวดินใกล้ๆ แล้วเวลาก็ผ่านพ้นไปจากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์ก็เป็นเดือน
ลำต้นสีเขียวยืดตัวขึ้น จากยอดอ่อนที่ถูกเหยียบย่ำกลายเป็นต้นอ่อนที่น่าสนใจ ภูมิอากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ฝนที่ตกลงมาในทุกๆเย็นอาจทำให้ใบของต้นกล้าลู่ลง แต่เมื่อรุ่งเช้ามันก็จะกลับมาชูช่อและเขียวชะอุ่มอีกครั้งหนึ่ง สัตว์สี่เท้าตัวเล็กแวะเวียนมาทักทายไม่ว่าจะเป็น กระรอก กิ้งก่า ซึ่งล้วนแล้วแต่เคยเหยียบย่ำต้นอ่อนนี้มาแล้วทั้งนั้น แต่วันนี้ต้นอ่อนไม่อาจถูกเหยียบย่ำจากสัตว์พวกนี้อีกต่อไป
ฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อนผ่านไปหลายครั้งหลายครา จากต้นอ่อนสีเขียวชะอุ่มเมื่อครั้งอดีต กลายเป็นต้นไม้ใหญ่สูงหลายเมตร ผิวของลำต้นไม่เหลือสีเขียวแม้แต่นิดเดียว มันกลับกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆที่เริ่มหยาบกร้าน กิ่งก้านสาขาแตกออกเพิ่มมากขึ้น มุมมองของสัตว์ต่างๆที่มีต่อต้นไม้ต้นนี้เปลี่ยนไป จากเคยเดินเหยียบย่ำ กลายเป็นเืพื่อน และตอนนี้ก็ค่อยกลายเป็นที่พึ่งพิงของสัตว์หลายชนิด อย่างกิ้งก่าที่ชอบจับจองกิ่งบนสุดเพื่อนอนมองเหยื่อเบื้องล่าง งูที่ชอบพันกิ่งแล้วหลับปุ๋ย กระรอกที่จะแวะมาห้อยโหนเป็นครั้งคราว
แต่อย่างไรก็ดี ธรรมชาติก็เริ่มทดสอบต้นไม้ต้นนี้บ้าง ลมกรรโชกที่รุนแรงจนทอนเอารากส่วนหนึ่งของต้นไม้ขึ้นจากดิน สายฟ้าที่ฟาดลงบนต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆจนตายไป ช้างตัวใหญ่ที่ไม่ระวังเหยียบพุ่มไม้ที่อยู่รอบๆจนราบเป็นหน้ากลอง ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ประดังเข้ามาอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป
อีกหลายปีต่อมาหลังจากเผชิญอุปสรรคและปัญหามาหลายฤดูการ ต้นไม้ต้นนี้ก็เติบใหญ่ขึ้นอีก ลำต้นสีคลำ้ปริแตกออกเป็นริ้วๆ รากที่โผล่พ้นพื้นจากกระแสลมในครั้งกระโน้นทำให้ต้นไม้คดงอแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเจริญเติบโตโดยไม่สนว่าจะมีลำรูปทรงที่สวยงามหรือไม่ ผู้อยู่อาศัยบนต้นไม้นี้ก็มีมากขึ้น อย่างนกสมาชิกใหม่ที่มาทำรังอยู่บนยอด กิ้งก่าที่ลดตัวลงมาอยู่กิ่งต่ำๆเพื่อที่จะได้มองลงไปบนพื้นได้ัชัดเจน งูนั้นจากไปเพราะสมาชิกลิงที่มักจะแวะเวียนมาห้อยโหนโจดทะยานประหนึ่งสนามเด็กเล่น ทุกอย่างรอบข้างแทบไม่เปลี่ยนไป ช้างก็ยังคงเดินไม่ระวังเหมือนเคย ลมก็ยังคงพัดกระหน่ำเช่นเคยยามพายุเข้า ฟ้าก็ยังผ่าลงมาที่กิ่งบางกิ่งจนร่วงหล่นไปเป็นครั้งคราว
แต่สิ่งหนึ่งต่างออกไป จากต้นไม้ที่มักจะูถูกเหยียบไม่มีใครสนใจ จากต้นอ่อนที่ดูคล้ายวัชพืช จากต้นไม้ต้นเล็กๆที่โค่นลงได้โดยง่าย กลายมาเป็นต้นไม้ใหญ่ที่เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับพื้นที่นั้น แม้ว่ามันจะเป็นต้นไม้ต้นเดิมกับเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว แต่ยิ่งนานวันกลับกลายเป็นเคารพและกลายเป็นที่พักพิงให้กับสัตว์ที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบ เคยมองข้ามไป
วันนี้มันเติบโตเต็มที่ รอบปีของมันหนาจนใครบางคนขี้เกียจนับ สัตว์มากมายเกิดและตายภายใต้ร่มเงาของมัน มันให้กำเนิดต้นอ่อนที่ตายก่อนจะโตหลายร้อยต้น ยังไม่นับกาฝากอีกนับสิบตามส่วนต่างๆของลำต้น...
ดูเหมือนว่ามันจะได้ทำประโยชน์จนเต็มที่แล้ว ซึ่งหากวันหนึ่งมันจะูถูกฟ้าผ่าตาย หรือโค่นลงเพราะสาเหตุอื่นๆ มันก็ไม่มีอะไรค้างคาอีกต่อไป เพราะหลังจากที่มันจากไป ต้นไม้ต้นใหม่ก็จะขึ้นมาแทนที่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอผู้ที่เกิดมาเพื่อทำลายที่แท้จริง ... เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้ลำต้นแข็งแรงสักแค่ไหนก็คงไม่สามารถทัดทานสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
อยากมีประโยชน์เเบต้นไม้ต้นนี้จัง
เอาเรื่องเเบบนี้มาโพสอีกนะ
#1 By เด็ก7-11แปดริ้ว on 2009-08-26 10:45