แดชภาค 2 ตอนที่ 7

posted on 05 Oct 2009 14:47 by fatb0y

เริ่มต้นอีกครั้ง

 

นอกเมืองนอร์ทสตาร์แดชนั่งพักหน่อย เขาสวมเสื้อกันหนาวอย่างหนา และพยายามหลบไม่ให้ใครเห็น หลังจากเรียกไทม์เมอร์ออกมา ทุกอย่างก็เหมือนฝัน เขาเห็นเทพแห่งเวลาต่อสู้กับจิตวิญญาณแห่งไฟ ทั้งสองสูสีกัน แต่ดูเหมือนเทพแห่งเวลาจะได้เปรียบอยู่นิดหน่อย ไม่นานอินเฟอโน่ก็พลาด เขาถูกกักอยู่ในหินอีกครั้ง และก่อนที่ใครจะได้มันไป ไทม์เมอร์ก็มอบมันให้แดชเก็บไว้

                เด็กหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า มีก้อนหินกำลังส่งคลื่นความร้อนออกมาแผ่วๆอยู่ข้างใน เขากำรอบหินแน่นจนเหงื่อเริ่มซึมออกจากฝ่ามือ เขานึกย้อนกลับไปอีกครั้ง

                นายพลจอร์แดนและโชแชงดูเหมือนจะตกตะลึงเล็กน้อย และทันทีที่อินเฟอร์โน่ถูกผนึก ทั้งคู่ก็ตั้งใจจะเข้าช่วงชิงเต็มที่ แต่ทว่าแดชก็หนีมาได้ด้วยความช่วยเหลือของไทมเมอร์ เขาเร่งความเร็วให้แดช เพื่อใช้ในการวิ่งหนีออกมา

                แดชรู้สึกว่าบรรยากาศรอบข้างช้าลงจนจับต้องได้ แต่อันที่จริงไทม์เมอร์บอกเขาว่าตัวเขานั้นรวดเร็วจนเกือบจะทะลุเวลาได้อยู่แล้ว

                เด็กหนุ่มวิ่งหนีมาโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เขาก็มายืนเหนื่อยหอบอยู่หน้าประตูเมืองบานใหญ่ที่มีน้ำแข็งเกาะจนหนา เขาอยากจะออกวิ่งต่อไปจนถึงเขตที่อบอุ่นกว่านี้แต่ก็หมดแรงเสียก่อน

                ไทม์เมอร์กลับไปแล้ว เวทย์มนต์ของเขาก็เสื่อมไปเช่นกัน แดชจึงนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ กำหินที่ส่งผ่านความร้อนเข้าร่างกาย หูเงี่ยฟังอย่างตั้งใจเพื่อเตรียมตัว

               

แดชเดินทางจากเมืองนอร์ทสตาร์มาเป็นเวลา 1 วันกับอีก 1 คืน เขาแทบจะไม่ได้หยุดพัก เพราะเกรงว่าขุนพลจะส่งคนออกตามหา ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

                เขายังต้องกังวลเกี่ยวกับคนชื่อโชแชงอีก เพราะดูท่าว่าเขาคนนั้นจะต้องตามมาเอาหินคืนไปอย่างแน่นอน ซึ่งแดชจะยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้

                เบื้องหลังของเด็กหนุ่ม หิมะยังคงตกอยู่เรื่อยๆเหมือนกับฝุ่นละอองที่หล่นลงมาจากฟ้าอย่างไม่มีวันหมด เบื้องหน้าของเขา ภูมิทัศน์เริ่มเปลี่ยนไป ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร เขามองเห็นทุ่งหญ้าที่ไม่มีหิมะปกคลุม เขาใกล้จะถึงภาคกลางแล้ว

 

นีน่าไม่ชอบสถานการณ์ที่เธอควบคุมไม่ได้ เมืองที่เธอเคยอยู่ถูกไฟไหม้ เธอหนีมากับเด็กชายคนหนึ่งที่อายุเท่าๆกัน เขาเป็นนักเวทย์ผิดกฎหมาย ซึ่งก็ไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่ในตอนนี้

            หญิงสาวสวมใส่เสื้อผ้ารัดกุมแต่มีน้อยชิ้นเพื่อความคล่องตัว เธอเดินทางจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืน

                วันหนึ่งเธอจะเดินทางไปยังบ้านของเศรษฐีหน้าตาโง่ๆคนหนึ่งเพียงเพื่อที่จะแอบฉกของออกมาจากบ้านของเขา และด้วยหน้าตาที่สวยงามของเธอทำให้อะไรๆก็ดูง่ายขึ้นทั้งนั้น

                ทำไมเพื่อนเยอะอย่างนี้หละ เธอทำเสียงออดอ้อนเศรษฐีหนุ่มที่เป็นเหยื่อของเธอคืนนี้ แต่เพราะอะไรสักอย่างที่ขัดใจเธออยู่ มันทำให้เธอไม่สบายใจ

                พวกเรามาสนุกกันไง เจ้าไม่ชอบหรือไง เศรษฐีหนุ่มกล่าว เขามีนามว่า เซธ สวมเครื่องประดับแวววาวหลายชิ้นบนเครื่องแบบทหารยศสูงในกองทัพอิมพีเรียล เขาเป็นลูกของพ่อค้าที่มั่งคั่งในเมืองจูโน่ และทันทีที่พ่อของตนซื้อตำแหน่งในกองทัพอิมพีเรียลให้นั้น เขาก็ใช้มันข่มขู่ และสร้างกลุ่มทหารแตกแถวขึ้น ซึ่งในตอนแรกนั้นมีเพียงทหารนิสัยแย่ๆเพียงไม่กี่คน แต่ในภายหลังเหล่าเพื่อนฝูงของพ่อ หรือแม้กระทั่งทหารผู้ใหญ่ในกองทัพหลายคนก็เข้าร่วมด้วย

                กลุ่มทหารแตกแถวนี้มักจะจัดปาตี้กันที่บ้านของเซธจนดึกดื่น และกิจกรรมยามว่างของพวกเขาก็คือการข่มเหงรังแกคนในเมืองที่ตนอาศัยอยู่ และทำตัวประหนึ่งว่าเป็นผู้ปกครองของเมืองนี้

                จริงอยู่ที่เมืองบ้านนอกนอก เรียบๆและไม่มีอะไรโดดเด่นอย่างเมือง คอร์นทาวน์ ไม่มีนายพลเป็นเจ้าเมือง แต่ทว่าเซธและเพื่อนฝูงก็ทำตัวเหมือนตนเป็นเจ้าเมืองเองยังไงยังงั้น

                ท่านคงไม่ใช่นายพลใช่ไหม นีน่าหยั่งเชิง

                ยัง...แต่อีกไม่นานแน่ๆที่รัก คำพูดนี้ทำให้นีน่าขนลุก เธอคิดว่ารีบๆทำงานให้เสร็จแล้วรีบหนีไปดีกว่า

                ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของเศรษฐีหนุ่ม มีทหารหนุ่มยศสูงมากมายกำลังสนุกครึกครื้นกันจนลืมเวลา แน่นอนว่านีน่าซึ่งกำลังคิดว่าทุกอย่างใกล้จะเป็นไปตามแผนของเธอแล้ว แต่ในตอนนั้นเองเหยื่อของเธอก็เริ่มเมาเหล้ารัมและมาเกาะแกะเธอ ซึ่งเธอไม่ชอบใจเอามากๆ

                เซธพยายามจะลวนลามนีน่า ซึ่งเรียกความสนใจของเพื่อนๆของเขาได้ดี เสียงหัวเราะอย่างขบขันและเมามายดังระงมอย่างต่อเนื่อง นีน่าแทบจะทนไม่ไหว เธอพยายามควบคุมสติและใช้อุบายนิดหน่อยในตอนนั้น

                ข้าอายนะท่าน เอางี้ เธอใช้มือลูบไปตามท่อนแขนของเซธอย่างแผ่วเบา เราไปหาที่เงียบๆอย่างห้องของท่านเป็นไง เธอส่งสายตาเชิญชวน

                สำหรับคนที่เมาแอ๋อย่างเซธนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะตกหลุมพรางโดยง่าย เขาจูงนีน่าขึ้นชั้นสองไปยังห้องนอนของตน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของเพื่อนๆในงานที่กำลังเมาและคึกคะนอง

                เซธจูงนีน่ามาถึงประตูบานใหญ่ เขาจับลูกบิดแล้วก็พบว่ามันล็อค เขาเคาะประตูอย่างหัวเสีย จนคนข้างในเดินมาเปิดประตูด้วยท่าทางตื่นๆ และหอบเล็กน้อย

                เฮ้เพื่อนว่าไง ชายกึ่งเปลือยพันผ้าขนหนูเดินเปิดประตูเพียงเล็กน้อย

                อ้าว...เซธงง เขาหรี่ตามองเพื่อน ไปทำอะไรในห้องข้าหละ... เขาสะอึก ออกมา เขาดึงมือเพื่อนให้ออกจากห้องแต่เพื่อนของเขาก็สลัดออกและส่ายหน้าท่าเดียว

                เฮ้ย ข้ายุ่งอยู่

                อะไรว่ะ

                เพื่อนของเซธแง้มประตูให้พอเห็นสาวใช้ภายใต้ผ้านวมของเจ้าบ้านนอนหลบอยู่อย่างตื่นกลัวที่เจ้านายมาเห็นตนในสภาพนี้

                เซธยิ้มให้เพื่อนอย่างเจ้าเล่ห์ อะไรกันเนี่ย เขาหัวเราะ และตบบ่าเพื่อนอย่างเข้าใจ บอกเธอว่าเก็บกวาดให้ด้วยนะ เขาโบกมือลาเพื่อนและพานีน่าเดินไปยังปีกอีกด้านของคฤหาสน์

                จะพาข้าไปไหนงั้นเหรอ นีน่ายังคงยิ้มแบบเย้ายวน

                บังเอิญห้องข้าไม่ว่าง แต่ เขานึก ห้องของพ่อข้าว่าง

                พ่อของท่านคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม

                พ่อข้าไม่อยู่ เขาตอบเสียงยานคางก่อนจะสะอึกหนึ่งที

                ทั้งสองเดินมาถึงห้องนอนขนาดใหญ่ของบ้าน ประตูบานคู่ขนาดใหญ่สลักลวดลายวิจิตร มันทั้งใหญ่และงดงามกว่าห้องของลูกชายมาก เซธเปิดประตูเข้าไปด้วยแรงที่เหลือเพียงครึ่งเดียว ตอนนี้เขาเริ่มเดินเหมือนผีดิบเข้าไปทุกทีแล้ว

                นีน่าเดินตามชายหนุ่มเข้าห้องไป เธอปิดประตูตามหลังและลงกลอน ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้เธอเหมือนรู้กัน เธอบอกให้เขาหันหลังไปเพื่อที่จะแสดงอะไรให้ดู

                ชายหนุ่มหมุนตัวครึ่งรอบอย่างช้าๆ เขาฮัมเพลงอย่างขี้เมาอารมณ์ดี นีน่ามองหาสิ่งของที่พอใช้ต่างเครื่องมือได้ แต่ทว่าภายในห้องกลับเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่แตกหักง่าย ไม่ว่าจะจานลายมังกรรูปร่างคล้ายงูมีหนวดขลิบทองซึ่งถูกตั้งโชว์บนเตาผิงฝังพนังขนาดใหญ่ หรือรูปหล่อสำริดของเจ้าของบ้าน

                นีน่าตัดสินใจใช้มือทั้งสองข้างกำประสานกันจนแน่น ก่อนจะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดทุบลงไปที่ท้ายทอย เซธร้องเบาๆก่อนจะล้มลง เอามือจับท้ายทอยที่ปวดระบบ

                หญิงสาวเห็นว่าเหยื่อยังไม่สลบ เธอจึงก้มลง จิกศีรษะที่เต็มไปด้วยผมหยักศกขึ้นมา และกระแทกศีรษะนั้นกับพรมเปอร์เซียที่อยู่บนพื้นห้อง เกิดเสียงทึบๆดังหนึ่งที ก่อนที่เซธจะสลบเหมือดไป

                นีน่าถอนใจอย่างโล่งอก เธอยืนขึ้นมองสำรวจรอบๆห้องโดยทันที ภายในห้องมีเตียงแบบมีหลังคาหลังใหญ่อยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านเป็นชุดรับแขกขนาดกลาง ประกอบไปด้วย โซฟา โต๊ะเตี้ยๆ และเก้าอี้นวมเข้าชุดอีกตัวหนึ่ง เธอเดินไปตามชั้นวางต่างๆ ซึ่งปรากฏว่าไม่มีสิ่งใดมีค่าพอที่จะหยิบฉวยไปได้เลย

                อะไรกัน ผู้ดีจอมปลอมหรือไง เธอบ่นขณะค้นตัวของเซท หยิบเครื่องประดับ และถุงบรรจุเหรียญทองไป ในขณะที่โจรสาวกำลังจะออกจากห้อง เธอมองอีกทีเพื่อความแน่ใจ แล้วเธอก็สะดุดกับสิ่งสิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง เธอเดินไปก้มดู และเห็นว่ามันคือกล่องนิรภัยใบปานกลาง เธอลากมันออกมาจากใต้เตียงพลางคิดว่า คนแบบไหนกันที่เก็บกล่องนิรภัยไว้ใต้เตียง เธอหารู้ไม่ว่าเจ้าบ้านชอบที่จะเปิดดูสิ่งของที่อยู่ในนั้นทุกๆวัน เขาจึงไม่ได้เก็บไว้ในที่ที่ตนเข้าถึงลำบาก

                นีน่าพยายามเปิดกล่องแต่ก็เปล่าประโยชน์ เธอไม่สามารถเปิดมันออกได้ด้วยเวลาเพียงแค่นี้ เธอจึงตัดสินใจนำมันไปด้วย แต่เธอคงนำมันติดตัวออกไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้แน่ เธอรีบเดินไปที่หน้าต่าง เปิดประตูกระจกบานใหญ่ เดินไปริมระเบียงและมองออกไป เบื้องล่างเป็นหน้าผาสูงหลายสิบเมตร เบื้องล่างคลื่นจากท้องทะเลกำลังซัดโขดหินอย่างบ้าคลั่ง เธอมองภูมิประเทศเบื้องล่างก่อนจะพบว่ามันไม่ใช่ทะเลแต่เป็นทะเลสาบ ซึ่งเธออาจจะมาเอากล่องนี้ในภายหลังก็ได้

                เธอหาผ้าแพรในห้อง นำมาห่องกล่องนิรภัยก่อนจะปล่อยให้มันตกลงไปท่ามกลางโขดหิน กล่องบุบบี้เสียรูปแต่ฝากล่องก็ยังไม่เปิดออก เธอทั้งดีใจและนึกเสียดายไปพร้อมๆกัน เพราะใจหนึ่งเธอก็อยากเห็นของภายในเช่นกัน แต่ไม่เป็นไร เพราะในอีกไม่กี่ชั่วโมงเธอจะกลับมาเอา

                หลังจากจัดการกับกล่องนิรภัยเรียบร้อยแล้ว เธอกลับเข้าห้องและเห็นว่าเซธเริ่มได้สติแล้ว เธอจึงรีบร้อนออกจากห้อง เดินลงไปยังชั้น 1 เดินผ่านแขกเหรื่อมากมาย ออกทางประตูหน้า กล่าวราตรีสวัสดิ์กับหัวหน้าคนรับใช้ เธอจ้ำโดยไม่สนใจคนรอบข้างแล้วตอนนี้ เธอถลกกระโปรงที่ทั้งยาวทั้งแคบขึ้นมาเหนือเข่าก่อนจะออกวิ่งทันทีที่ลับตาคน และก่อนที่ความโกลาหลจะเกิดขึ้นเพราะลูกเจ้าบ้านโดนทำร้าย

 

ทหารอิมพีเรียลเดินตรวจตราอย่างเข้มงวด เจ้าบ้านกำลังยืนด่าลูกชาย ไล่หัวหน้าคนใช้ออก ด่าทหารยาม ด่าเพื่อนๆลูก เขาด่าทุกคนที่อยู่ในรัศมี

                ลูกของมหาเศรษฐีถูกโจรสาวทำร้ายร่างกายและขโมยของมีค่าติดตัวไปหมด แต่ที่มหาเศรษฐีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไม่ใช่ที่ลูกถูกทำร้าย แต่เป็นกล่องนิรภัยที่ตนเก็บของสำคัญเอาไว้ เขาได้มันมาจากการประมูลผิดกฎหมายโดยต้องใช้เงินมหาศาลในการประมูลได้มา ทุกคนรู้จักของสิ่งนี้ในนามแหวนศักดิ์สิทธิ์

            แหวนศักดิ์สิทธิ์ถูกสร้างขึ้นโดยจอมเวทย์ในยุคโบราณ ตัวแหวนทำจากเงินบริสุทธิ์ หัวแหวนเป็นเพชรที่ถูกเจียระไนเป็นทรงกลม แหวนจะเพิ่งพลังเวทย์ให้กับผู้ที่สวมใส่ แต่ยังไม่แค่นั้น มันยังมีพลังแฝงที่น่ากลัวนั่นคือ พลังความมืด ซึ่งยิ่งแหวนถูกใช้มากเท่าไหร่ความด้านลบก็จะสะสมในแหวนเพิ่มมากขึ้น หากผู้ใช้ไม่สามารถล้างหรือแปรสภาพพลังเหล่านี้ได้ แหวนก็จะกลืนกินผู้ใช้ไปตลอดกาลเพื่อลบล้างพลังทั้งหมดที่แหวนเคยมี

                หลังจากที่แหวนได้กลืนผู้ใช้คนล่าสุดไป เวลาผ่านไปหลายร้อยปีจนแหวนศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นตำนาน แหวนเวทย์มนต์นี้กลายเป็นแหวนธรรมดาเพราะพลังนั้นได้ถูกชะล้างไปจนหมด จนกระทั่งมันถูกค้นพบอีกครั้งโดยคนเก็บของเก่าชื่อกิ๊บบอน

                หลังจากถูกนำตัวไปยังแวนการ์ด เขาก็ถูกปล่อยตัวออกมา เขาออกเร่ร่อนอีกครั้ง ในหุบเขาทางภาคใต้ เขาพบหมู่บ้านร้าง และที่นั่นเองที่เขาเจอแหวนศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความที่ชายเร่ร่อนไม่มีพลัง แหวนจึงไม่ได้สำแดงฤทธิ์แม้แต่ครั้งเดียว

                กิ๊บบอนเห็นว่ามันเป็นแหวนเพชร เขาจึงนำไปขายให้พ่อค้าคนหนึ่งในราคาสูง พ่อค้าที่รับซื้อแหวนมาพอจะรู้เกี่ยวกับตำนานแหวนศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้าง แต่เพราะไม่ใช่ผู้มีเวทย์มนต์เหมือนกันกับชายเร่ร่อน เขาจึงยังไม่สามารถใช้แหวนได้เลยคิดไปว่าแหวนที่ตนรับซื้อมานั้นเป็นแหวนเพชรธรรมดา

                ในงานประมูลพ่อค้าได้นำแหวนเพชรออกประมูลด้วยหวังจะหากำไรจากการประมูลครั้งนี้ มหาเศรษฐีผู้ที่หลงใหลในกองทัพอิมพีเรียลและศาสตร์แห่งเวทย์มนต์ เขาจำได้ทันทีที่เห็นแหวน เขาทุ่มเงินมากมายเพื่อประมูลมัน

                หลังจากที่ได้ครอบครองแหวน เขาเก็บมันไว้ในกล่องนิรภัย และหยิบออกมาดูทุกครั้งก่อนนอน เขาจะหาของที่บรรจุเวทย์มาใกล้ๆแหวนเพื่อดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แหวนก็ไม่เคยสำแดงอะไรให้เห็นเลย

                จนกระทั่งวันที่มันถูกขโมยไป เขาบอกกับทหารเพียงแค่กล่องนิรภัยหายไปเท่านั้น และเลือกที่จะปกปิดสิ่งของที่อยู่ภายใน เพราะเขารู้ดีว่าเสนาธิการของอิมพีเรียลเป็นผู้ใช้เวทย์มนต์ ซึ่งหากเรื่องรู้ไปถึงหูของคนผู้นั้นเข้า เขาอาจจะถูกยึดแหวนไปโดยอ้างว่านำไปตรวจสอบ และไม่มีวันได้แหวนคืนกลับมาอีกเลย

 

เมืองคนบาป แดชอ่านชื่อป้ายพลางนึกย้อนไปยังวันแรกที่เขาเดินทางมาถึง ตอนนั้นเขามีอายุแค่ 13 ปีเท่านั้น และที่นี่ก็ทำให้เขารู้จักกับกีส โกเลมหินผู้แข็งแกร่งแต่ทว่าตอนนี้โกเลมถูกจับตัวและกักขังเอาไว้ที่ไหนสักแห่ง นั่นเป็นสิ่งที่แดชจะต้องสืบหาต่อไป

                เด็กหนุ่มเดินเข้าเมืองอย่างมั่นใจหวังจะหาที่พักผ่อนเอาแรงสักคืน เพราะที่เมืองคนบาปทหารอิมพีเรียลไม่ค่อยจะมายุ่มย่ามสักเท่าไหร่ ซึ่งนั่นจะทำให้เขาปลอดภัยได้สักระยะหนึ่ง

Comment

Comment:

Tweet