นีน่านั่งอยู่ในเรือพายลำเล็กกลางทะเลสาบที่เงียบสงบ ทะเลสาบดูเหมือนจะกว้างใหญ่กว่าที่คิดไว้นิดหน่อย เธอเช่าเรือสำหรับพายเล่นในทะเลสาบจากลุงที่เปิดร้านอยู่ริมทะเลสาบ

                จากคำบอกเล่าทะเลสาบนี้มีชื่อว่า บิ๊กเลค เป็นชื่อที่ทำให้เห็นภาพพจน์ได้ดีจริงๆ เธอคิด ในตอนนั้นเป็นช่วงเช้าตรู่หลังจากที่เธอหนีมาได้ 3 วัน เหตุการณ์ยังคงไม่เป็นปกตินัก เธอจำต้องเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์นิดหน่อยเพื่อการอำพรางตัว

                น้ำทะเลนิ่งเงียบ หมอกเบาบางลอยตัวอยู่บริเวณผิวน้ำโดยรอบ ที่เห็นเงาดำไกลนั่นคือหน้าผาซึ่งเมื่อมองขึ้นไปจะเห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่อย่างวางท่า นีน่าพายเรืออย่างชำนาญตรงไปยังโขดหินบริเวณหน้าผา ระหว่างนั้นเธอก็จะมองไปยังคฤหาสน์เพื่อเฝ้ามองว่ามีใครโผล่ออกมาดูหรือเปล่า และเมื่อเห็นว่าปลอดคนเธอจึงรีบพายอย่างรวดเร็วจนถึงที่หมาย

                หญิงสาวมองดูที่โขดหินแล้วถอนหายใจ กล่องนิรภัยไม่ได้อยู่แถวนั้น เธอคิดว่ามันคงจะจมลงไปข้างล่างอย่างแน่นอน ซึ่งทำให้เรื่องมันยากเข้าไปอีก เพราะน้ำในตอนนั้นเย็นมาก

                เธอตัดสินใจถอดเสื้อและกางเกงออกเหลือเพียงชุดชั้นใน หลังจากลองเอามือจุ่มน้ำ 2-3 วินาที เธอก็ตัดสินใจหย่อนตัวเองลงน้ำอย่างระมัดระวัง ศีรษะที่โผล่พ้นน้ำสั่นเทาด้วยความหนาว เธอกลั้นใจลากเรือพายให้เข้ามาติดอยู่ในซอกหิน เมื่อขยับจนแน่ใจแล้วว่าเรือจะไม่ลอยหายไปตอนเธอดำน้ำ เธอก็ปล่อยมือจากกราบเรือ

                นีน่าเดาหาจุดที่กล่องน่าจะจมอยู่ก่อนจะดำลงไปใต้น้ำที่มืดและเงียบสงัด เธอลืมตาขึ้นเพื่อมองดูรอบๆแต่ก็เปล่าประโยชน์เมื่อพื้นที่โดยรอบนั้นมืดมิดไปหมด เธอพยายามมองหาให้นานเท่าที่อากาศที่เหลือในปอดจะเอื้ออำนวย แล้ววินาทีต่อมาเธอก็โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ สูดอากาศอย่างหิวโหย ความรู้สึกผิดหวังแล่นเข้ามาในสมอง เธอคิดว่าคงจะอดของมีข้าในกล่องนั้นไปเสียแล้ว และตอนนั้นเองที่เธอว่ายเข้าไปในกลุ่มโขดหินและพบว่าบริเวณนั้นน้ำตื้นแค่เอวเท่านั้น

                นีน่าเริ่มมีหวัง เธอเดินและมองหาตามช่องระหว่างโขดหิน ไม่นานเศษผ้าที่พันกล่องนิรภัยก็ปรากฏให้เธอเห็น มันลอยอย่างสิ้นหวังอยู่ในกลุ่มโขดหิน หญิงสาวไม่รอช้าเธอรีบเดินไปทันทีพร้อมกับฟันที่สั่นกระทบกันอยู่ในปาก

                กล่องนิระภัยพังฝากล่องเผยอออกเล็กน้อย นีน่าหยิบกล่องขึ้นมาพร้อมน้ำหนักที่มากขึ้น เธอเทน้ำออกอย่างลำบาก ก่อนจะวางมันลงบนโขดหินผิวเรียบใกล้ๆ เปิดงัดฝาจนเปิดออก ภายในมีเพียงกล่องเล็กๆทำด้วยไม้เท่านั้น เธอมีสีหน้าผิดหวัง แต่ก็หยิบกล่องไม้ออกมาอย่างช่วยไม่ได้ กล่องไม้มีลวดลายสวยงามสีทองเต็มไปหมด เธอคิดว่าอย่างน้อยกล่องนี้ก็น่าจะมีราคาอยู่บ้าง เธอเปิดกล่องใบเล็กในมืออย่างรวดเร็ว ภายในมีแหวนเพชรอยู่หนึ่งวง ตัวแหวนเป็นเงินบริสุทธิ์ หัวแหวนทำจากเพชรแวววาว นีน่าลองสวมแหวนกับนิ้วมือของเธอ เธอมองแหวนอย่างชื่นชมก่อนจะถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันด้วยความหนาวเย็นของคลื่นที่พัดโดนตัวเธอ น้ำกำลังจะขึ้น

 

แดชตื่นขึ้นมาในห้องที่ไม่ค่อยสะอาดนักของโรงเตี๊ยมชื่อ ม้าพยศ เจ้าของโรงเตี๊ยมคิดว่ามันฟังดูดุดันดี เด็กหนุ่มจ่ายค่าที่พักหลังจากทานอาหารเช้าซึ่งเป็นสลัดผักกับเนื้อตากแห้งจนแห้งมากๆ 2 ชิ้น เขารู้สึกว่าอาหารเช้าจะอยู่ในกระเพาะของเขาไปอีกนานจนอาจจะถึงเย็นเลยทีเดียว

                จอมเวทย์หนุ่มสำรวจหินอัคคีในกระเป๋า มันยังคงส่งพลังอุ่นๆออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่คราวนี้มันส่งจิตมุ่งร้ายออกมาด้วย ซึ่งแดชคิดว่าอินเฟอร์โนคงจะได้สติแล้ว แต่เขาไม่กลัวเพราะเขาใช้เวทมนต์เป็นและรู้วิธีที่จะควบคุมมัน

                แดชยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยม ครุ่นคิดถึงแผนการครั้งต่อไป เขาไม่ได้ข่าวคราวของกีสเลยที่นอร์ทสตาร์ เขารู้สึกเสียเที่ยวอย่างมาก ทุกอย่างดูผิดแผนไปหมด ตอนนี้จะทำอะไรดีหละ เขาคิดเงียบๆ

                ตอนนั้นเองที่เขารู้สึกผิดปกติ เมืองนี้เงียบเกินไป ผู้คนที่มักจะเดินกันขวักไขว่ ส่งเสียงเอะอะหรือทะเลากัน ทุกอย่างหายไปหมด แม้แต่ที่โรงเตี๊ยม ทุกคนเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ถ้าเป็นตอนกลางคืนที่โจรชุกชมก็ไม่แปลก แต่นี่กลางวันแสกๆ

                แดชเริ่มไม่วางใจในสถานการณ์ตอนนี้ นี่เรามาผิดเวลาหรือเปล่านะ เขาพูดพลางออกเดินสำรวจรอบๆเมือง แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ชาวบ้านอยู่แต่ในบ้านหรือร้านของตัวเอง เขาบังเอิญพบเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งออกจากร้านขายอาหารพร้อมกับถุงกระดาษในมืออย่างรีบร้อน เขารีบวิ่งไปดักหน้าทัน

                เด็กหญิงตกใจแต่ไม่กล้าส่งเสียง เธอหลับตาและกอดถุงอาหารไว้แน่

                ใจเย็นก่อนสาวน้อย แดชรีบพูด เขาไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ ฉันไม่ทำอะไรหนูหรอก แค่มีคำถามนิดหน่อย

                เด็กหญิงค่อยลืมตา แต่ยังคงไม่พูดจาโต้ตอบ

                หนูพูดได้หรือเปล่าจ๊ะ เขาอ่อนโยนที่สุด

                เด็กหญิงพยักหน้า

                เยี่ยมเลย แดชดีดนิ้ว เกิดเสียงเปาะเบาๆ ซึ่งทำให้เด็กหญิงสะดุ้ง หนูชื่ออะไร ฉันชื่อแดช

                ซูริ

                งั้นเราก็รู้จักกันแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะ แดชยิ้ม เด็กหญิงดูผ่อนคลายลง นี่ฉันถามหน่อยสิ เกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมเมืองมันเงียบอย่างนี้หละ เท่าที่ฉันจำได้มันไม่เคยเงียบอย่างนี้นี่นา แดชสังเกตว่าหมอกเริ่มลงแต่ก็ไม่สนใจ

                เด็กหญิงสะดุ้งเมื่ออากาศเย็นลงอย่างเฉียบพลัน เธอมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ก่อนจะออกวิ่งตรงกลับบ้านทันที

                แดชตกใจเช่นกัน เขาวิ่งตามเด็กหญิงไปติดๆ ไม่นานเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของเด็กหญิง ซึ่งพ่อและแม่ของเธอแอบมองออกมาทางหน้าต่างเฝ้าคอยว่าเมื่อไหร่ลูกสาวจะกลับมา และเมื่อเห็นเด็กหญิงรีบวิ่งมา ประตูบ้านก็เหวี่ยงตัวเปิดออก รับเด็กหญิงเข้าไปและปิดลงอย่างรวดเร็ว

                เป็นอะไรไหมลูก พ่อขอโทษ คนเป็นพ่อเกือบร้องไห้ ส่วนคนเป็นแม่น้ำร้องไห้ไปเรียบร้อยแล้ว

                ซูริไม่เป็นอะไรหรอกฮะ เขาอยู่กับผม แดชทักขึ้นขัดจังหวะ คนทั้งสามในบ้านร้องประสานเสียงอย่างตกใจ