Wrath : พิโรธ

posted on 26 Jan 2010 14:41 by fatb0y

เด็กชายมองขึ้นไปบนท้องฟ้าในวันฝนตก ร่างกายเปียกปอน เสื้อผ้าเปียกปอนแนบผิวกาย บางสิ่งกำลังจะมา

             หลายนาทีผ่านไป เด็กชายเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะทำอะไรต่อไปดี ในเมื่อสิ่งที่เขาคิดว่าจะเจอแต่ก็ไม่เจอ เขาหยุดแหงนมองท้องฟ้า กลับมามองรอบตัวเอง

             พื้นที่โดยรอบนั้นว่างเปล่า พื้นดินใต้เท้านั้นยังคงแตกระแหง แม้ว่าจะได้รับน้ำฝนในปริมาณมากสักเท่าไหร่ก็ตาม ต้นไม้ที่ไร้ใบยืนต้นตายอย่างห่างออกไป หนึ่งต้น สองต้น และอีกหลายๆต้น

             แรงกระชากอย่างรุนแรงทำให้เด็กชายตกใจ หน้าอกที่พองโตและยุบตัวลงทุกครั้งทำให้เขาอยู่ในอากัปกิริยาที่แปลกประหลาด

             แรงกระชากอย่างรุนแรงครั้งสุดท้ายดึงเอาทุกอย่างในร่างกายให้ตื่นตัวอีกครั้ง เด็กชายลืมตาโพล่งขึ้นมาพร้อมกับสูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด บนปากมีเครื่องช่วยหายใจที่น่ารำคาญครอบอยู่

             เมื่อมองไป มีดวงตาหลายคู่จับจ้องมาและสีหน้าที่โล่งอกก็ตามมาติดๆ หลังจากหายตื่นเต้นกันแล้ว คนเหล่านั้นก็พูดคุยกันอย่างรวดเร็ว ผ้าปิดปากสีเขียวขยับอย่างรวดเร็วพร้อมกับถ้อยคำที่หลุดลอยออกมา

             เด็กชายฟังไม่รู้เรื่องเพราะเสียง วี๊ ดังต่อเนื่องอยู่ในหู เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ อยู่ใกล้ๆ ที่มันก็ไม่ได้ดังไปกว่าเสียงหนูตัวหนึ่งร้องตอนตกใจ

             ร่างกายผ่อนคลาย ความรู้สึกเหมือนมีกลองหนักๆตีอยู่ในหัวค่อยๆเงียบไป หนังตาก็พลันหนักอึ้งขึ้นอย่างรวดเร็ว และเวลาเพียงไม่กี่วินาที เด็กชายก็หลับไปอีกครา

 

แสงแดดยามรุ่งอรุณสาดเข้ามาทางหน้าต่างที่ปราศจากผ้าม่าน ความอบอุ่นแผ่ไปทั่วบริเวณ ซึ่งทำให้เด็กชายรู้สึกตัวและลืมตาตื่นขึ้น

             ข้างเตียงของเด็กชายมีชายหญิงที่จำได้ดีนั่งอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทั้งสอยเอ่ยคำทักทายกับลูกน้อยด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่รู้สึกได้ว่าถ้อยคำเหล่านั้นซึมเข้าสมองของเด็กชายและติดอยู่เนิ่นนาน

             หมอและพยาบาลปรากฏตัวแทบจะในทันที พยาบาลจัดแจงเตรียมตัวของเด็กชายให้พร้อมสำหรับการตรวจ

             เด็กชายอมปรอท และถูกวัดความดัน ถ่างหนังตาและเอาไฟฉายส่อง เขาถูกจับตามต่างกายส่วนต่างๆ ขยับนิ้วมือตามที่หมอสั่ง แต่ทว่านิ้วเท้าของเด็กชายนั้นขยับไม่ได้ หมอจึงกล่าวกับพ่อแม่ของเด็กชายที่มีสีหน้ากังวล

             พยาบาลช่วยให้เด็กชายลุกขึ้นจากเตียง และพยุงเอาเด็กชายเอาไว้ยามที่ยืน แต่ทว่าเมื่อปล่อยมือ เด็กชายรีบขว้าเตียงเอาไว้ก่อนจะล้มลงกับพื้น

             ขาของเด็กชายอยู่ในสภาพอ่อนแรงและอยู่ชิดกัน เหมือนกับว่ามันเพียงแค่ห้อยลงมาจากลำตัวเพียงเท่านั้น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาที่ไม่มีคนชัก

             แม่ของเด็กชายร้องไห้น้ำตาร่วง พ่อของเด็กเฝ้าแต่ถามถึงชะตากรรมที่เหลือเชื่อนี้ หมอดูจะตกใจและตรวจดูอีกหลายอย่างจนสันนิฐานเอาว่าประสาทสัมผัสของเด็กชายคงยังกลับมาไม่ปกติ ที่ทำได้ตอนนี้คือการรอให้ร่างกายฟื้นตัวเท่านั้น

             พ่อแม่ของเด็กชายนับวันรอ รอวันที่เด็กชายจะกลับมาใช้ขาได้อีกครั้ง

 

ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางความมืดในตรอกที่ร้างผู้คน เขามีร่างกายที่แข็งแรงทุกประการ เซลล์ทุกเซลล์ทำงานได้ยอดเยี่ยมเกินมนุษย์ทั่วไป ความนึกคิดและประสาทสัมผัสเฉียบคมถึงขนาดได้ยินเสียงยุงที่บินอยู่ห่างออกไปหลายเมตร

             ในกายเหมือนมีไฟลุกโชนอยู่ตลอดเวลา อารมณ์ที่พลุ่งพล่านต้องการการปลดปล่อย ก็พอดีกับที่เสียงมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งหลายคันขับมาอย่างบ้าคลั่ง

             คนขับเป็นเด็กวัยรุ่นหลากหลายหน้าตาและการแต่งตัว ผู้ซ้อนเป็นทั้งวัยรุ่นและเด็กหญิงชายซึ่งเป็นอนาคตของชาติในอีกไม่กี่ปี

             เสียงพูดคุยกันอย่างสนุกปากและเสียงดังก้องกังวานไปทั่ว ชายหนุ่มยืนมองด้วยสายตาที่เก็บอารมณ์ชิงชังไว้ไม่อยู่

             นักซิ่งคนหนึ่งเห็นเข้าจึงตะโกนออกไปด้วยความคะนอง และเมื่อชายหนุ่มไม่มีทีท่าหลบตา เหล่านักซิ่งจึงหยุดรถและตรงเข้ามารุมล้อมชายหนุ่ม

           ปากที่พ่นคำหยาบคายออกมา สายตาที่แสดงการเหยียดหยาม ท่าทางที่เหมือนกับภูตผีปีศาจ สิ่งที่อยู่ในสายตาของชายหนุ่มเหล่านั้นแสดงสู่สายตาของเด็กหนุ่มที่นอนอยู่ใต้ผ้านวม ขาที่อ่อนแรงทำให้เขาไม่สามารถออกไปวิ่ง หรือทำอะไรอย่างที่คนในวัยเดียวกันทำได้

           แรงโทสะเป็นประกายอยู่ในสายตาของคนทั้งสองที่เชื่อมโยงกันในทุกด้าน มันสั่งการให้มือขวาและมือซ้ายกำหมัดแน่น และชั่วอึดใจต่อมาชายหนุ่มก็ชกเด็กวัยรุ่นเข้าที่ปลายคางจนล้มลงไปกับพื้น

          วัยรุ่นที่เหลือแตกตื่นแต่ก็ไม่ได้หนีไป ชายหนุ่มถูกรุมทำร้ายด้วยสิ่งต่างๆที่อยู่ใกล้ตัว ไม้ หมัด หรือรองเท้า ชายหนุ่มชกสวนกลับ ไม้ถูกแย่งมาและฟาดกลับไปยังวัยรุ่นผู้ไปวิ่งหามาจากกองขยะ

          ชายหนุ่มตรงไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ และยกมันขึ้นทุ่มใส่ใครก็ตามที่อยู่ใกล้ที่สุด เพียง 10 นาที มอเตอร์ไซค์ทุกคันถูกจับทุ่มจนเสียรูป วัยรุ่นและเด็กทั้งชายหญิงล้มลงนอนบ้างก็สลบเหมือดบ้างก็ร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวด

          ชายหนุ่มไม่สนใจ เขาเพียงยืนมองพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่มที่นอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านเท่านั้น

Comment

Comment:

Tweet