New world X New order : Chapter 1

posted on 02 Mar 2011 22:22 by fatb0y
ChapterSelect


 

 เสียงโลหะกึงกัง ทำให้ผมรู้สึกตัว ความรู้สึกโยกคลอนทำให้ผมลืมตา เพื่อที่จะพบว่า ผมอยู่บนรถไฟที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง "นี่มันรถไฟนี่หว่า" ผมพูดกับตัวเองพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ทุ่งหญ้าที่ไม่เคยเห็นด้านนอกวิ่งผ่านไปอย่างไม่รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อน

 "ใช่นี่คือรถไฟ และคุณก็ไม่มีตั๋วรถไฟด้วย ใช่หรือไม่" เสียงทุ้มลึกดังขึ้นทำเอาผมหันควับ
 
 ชายตรงหน้าคือพนักงานรถไฟไม่ผิดแน่ เขามีผิวเข้ม หน้าคมเหมือนคนอเมริกัน แต่ทำไม ทำไมพูดไทยชัดจัง...

 ผมค้นทั่วตัว แต่ก็ไม่พบอะไรที่ดูเหมือนตั๋วรถไฟเลย อันที่จริงผมมักจะมีแค่เสื้อผ้าติดตัวเท่านั้นเมื่อตื่นขึ้นในทุกเช้า จะไม่มีอะไรที่ผมสามารถพกติดตัวได้ข้ามวันเลย

 "ผมต้องลงสถานีหน้าใช่ไหม" ผมถามพลางยิ้มอย่างจำยอม

 "ใช่... แต่สถานีหน้าก็อีกหลายวันโน่นแหละ" ชายในชุดเครื่องแบบสีกรมบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เอาเป็นว่าอย่าไปกวนใจผู้โดยสารท่านอื่นก็แล้วกัน" แล้วเขาก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว... เร็วเสียจนผมรู้ตัวอีกทีก็ไม่เห็นเขาแล้ว

 "หลายวัน" ผมทวนคำแบบงงๆ" ผมรู้มาว่ารถไฟใช้เวลาวิ่งจากสถานีหนึ่งไปยังสถานีหนึ่งต้องใช้เวลาสักพัก แต่เฮ้ย หลายวัน มันช้ากว่ารถไฟฟรีบ้านเราอีกนะเนี่ย

 ผมนึกขึ้นได้ว่าผมไม่ได้อยู่ในโลกที่ธรรมดาทั่วไป ผมนึกถึงคำของคนเก็บตัวว่า "อย่ารบกวนผู้โดยสารท่านอื่น" ผมลุกขึ้น มองไปรอบๆ ทั้งโบกี้นี้มีผมคนเดียว แล้วผู้โดยสารท่านอื่นไปไหนหละ ผมกลับลงนั่ง มองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วก็เกิดหิวข้าว...

 ผมรู้ตัวว่าไม่มีเงินสักแดง แต่โลกแบบนี้ใครจะรู้ ผมอาจหาอะไรกินได้โดยไม่ต้องเสียเงินก็ได้ เมื่อคิดได้ผมก็ลุกขึ้น และครุ่นคิดว่าควรไปทางไหนดี

 ผมเห็นคนเก็บตั๋วเดินไปทางหัวขบวน ผมเลยเดินไปทางท้ายขบวน เพื่อเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา ผมเดินไปจนถึงทางเชื่อม เปิดประตู และก็ต้องตกใจ เพราะตู้ต่อไปมีคนยืนอยู่แน่น อย่างกับรถเมล์ฟรีแหนะ ผมคิดว่าจะไม่ไปรบกวนท่านผู้โดยสารท่านอื่นดีกว่า แต่ผมก็แสดงตัวว่าเป็นคนดีโดยการเคาะเรียกคนที่ใกล้ที่สุด และชี้ให้ดูว่าตู้ที่ผมยืนอยู่นั้นว่างแค่ไหน

 คนที่ผมเรียกเป็นผู้หญิงวัยทำงาน ใส่ชุดทำงาน เธอมองออกมา เห็นผมก่อนจะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย และก็มองไปทางอื่น ผมยืนงงกับพฤติกรรมที่พบเห็น แต่ก็ไม่อยากยุ่งเรื่องคนอื่นไปมากกว่านี้แล้ว ผมเดินย้อนไปทางหัวขบวน โดยคิดว่า เป็นไงเป็นกัน ก็คนมันต้องกินนี่หว่า

 ผมเดินไปอีกตู้ ตู้นี้ดูเหมือนจะเป็นตู้สำหรับทานอาหาร (บังเอิญจริง) ผมเห็นมีโต๊ะหนึ่งเต็มไปด้วยอาหาร ด้วยความคิดที่ว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกแปลกๆ ใบนี้ ผมกินอาหารบนโต๊ะอย่างรีบร้อน (กลัวเจ้าของกลับมา)

 แต่ทว่า 1 ชั่วโมงผ่านไป ก็ยังคงไร้วี่แววของเจ้าของโต๊ะอาหาร แม้แต่พนักงานเก็บตั๋วยังไม่เดินมาเลย พอท้องอิ่มผมก็เริ่มอยากรู้อยากเห็น ผมเดินต่อไปทางหัวขบวน เพราะรู้ว่าท้ายขบวนคงเจอกับสภาพรถเมล์ฟรีแน่ๆ

 ส่วนทางไปหัวขบวนก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ เพราะเป็นตู้รถไฟว่างๆ มีแต่ที่นั่ง แต่ไม่มีคนนั่งเหมือนกับตู้ที่ผมตื่นขึ้นเมื่อเช้า เมื่อนึกถึงเรื่องเวลา พอมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูว่านี่เป็นเวลาอะไร ผมก็ต้องตะลึง เมื่อเห็นดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวจากตำแหน่งเที่ยงวันไปยังขอบฟ้า และเปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็นกลางคืนต่อหน้าต่อตาเลย

 ผมต้องยอมรับเลยว่าเหวอสุดๆ และพอหันกลับมาก็ช็อคแทบลมจับ คนเต็มตู้เลย ใช่คุณอ่านไม่ผิด คนเต็มตู้เลย จากที่ว่างๆ เมื่อกี้ เต็มตู้ในพริบตา หนำซ้ำผมจำเจ้คนที่ผมเคาะเรียกได้ด้วย กำลังมองมาที่ผมอยู่เลย ไม่สิ ทุกคนมองมาที่ผมซึ่งกำลังยืนอยู่กลางขบวน ผมเชินทำตัวไม่ถูก แต่ก็ไม่นาน คนเก็บตั๋วก็มา

 "ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าไปรบกวนคนอื่น" คนเก็บตั๋วหน้าตาดุดัน (แบบฝรั่ง แต่พูดไทยชัดมาก ชัดกว่าผมอีก)
ผมอึ้งพูดไม่ออก

 "ผมไม่มีทางเลือก ต้องให้คุณลงตรงนี้" คนเก็บตั๋วพูด

 "ห๊ะ" ผมถามอย่างไม่เชื่อหู

 "คุณต้องลงแล้วครับ เพราะทำผิดกฎ" ขณะพูดเขาก็ต้อนผมไปท้ายขบวนและเปิดประตูออก

 สายลมต้องใบหน้าของผม ผมเผ้ากระเซิง เฮ้ยตู้ก่อนหน้านี้หายไปไหนอะ ผมกางมือยันกรอบประตูทันที ขณะที่คนเก็บตั๋วก็ยังคงออกแรงผลักผมให้ตกรถไฟอยู่นั่นแหละ

 ผมกับคนเก็บตั๋วยื้อกันไปมา จนกระทั่งผมเบี่ยงหลบและคนเก็บตั๋วตกรถไฟไป ผมตกใจ แต่เฮ้ย เขาจะผลักผมตกรถไฟก่อนนี่หว่า

 ผมหันกลับไป ผู้โดยสารคนอื่นยังคงนั่งอยู่กับที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมโล่งใจในความแปลกนี้นิดหน่อย ผมมองออกไปท้ายขบวน ที่ซึ่งประตูยังคงเปิดค้างไว้ ร่างของคนเก็บตั๋วไปทันทีหลังจากตกรถไฟ มันเป็นไปได้ยังไง ต่อให้รถไฟวิ่งเร็วขนาดไหน ก็น่าจะเห็นอะไรบ้าง ผมกังวล เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมทำให้คนคนหนึ่งต้องพบจุดจบ มันแย่จริงๆ

 ผมปิดประตู หันกลับไปตั้งใจจะเดินหาที่นั่งเพื่อสงบจิตใจ แต่ทว่าคนที่ยืนตรงหน้าผมหน้าตาเหมือนคนเก็บตั๋วเปี๊ยบ แต่การแต่งกายต่างออกไป

 "เฮ้ย ก็คุณหล่นไปตรงนั้นแล้วนี่" ผมเผลอทักออกไป

 "ผมเป็นคนขับ" จบประโยคของก็ฟาดผมด้วยกระบองสีดำขลับ โลกของผมวูบลงตรงนั้นเลย...


โลกที่ผู้คนมากมายแหวกว่ายไปตามกระแส โลกที่กระแสเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่แปลกปลอมมักจะถูกตำหนิจากคนที่อ้างว่าหวังดีกับคุณ ไม่ว่าคุณจะดื้อเพียงใด ในท้ายที่สุดแล้ว คุณก็จะถูกกระแสพัดพาไปอยู่ดี โดยการกระทำอันรุนแรงขึ้นของคนที่หวังดีกับคุณ...

Comment

Comment:

Tweet